ระบบ IoT กับการรับมือแผ่นดินไหว เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความปลอดภัย
31 Mar. 2025
loT แผ่นดินไหว
Share :
ในยุคที่โลกของเราต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น แผ่นดินไหว นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เราอาจสามารถลดผลกระทบจากแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจว่า IoT มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการตรวจจับ เตือนภัย และช่วยเหลือในกรณีแผ่นดินไหว

IoT คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการรับมือแผ่นดินไหวอย่างไร?

IoT (Internet of Things) หมายถึง เครือข่ายของอุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์เหล่านี้สามารถเก็บข้อมูล ประมวลผล และส่งต่อข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งในบริบทของการรับมือแผ่นดินไหว อุปกรณ์ IoT สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนและส่งสัญญาณเตือนได้ก่อนที่แผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบถึงพื้นที่เมือง

IoT กับการตรวจจับแผ่นดินไหว

หนึ่งในแอปพลิเคชันสำคัญของ IoT คือ เครือข่ายเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน เซ็นเซอร์เหล่านี้สามารถติดตั้งตามพื้นดิน อาคาร หรือสะพาน เพื่อเฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือนในชั้นใต้ดิน หากตรวจพบแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ ระบบจะสามารถส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมกลางทันทีตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนา เครือข่ายเซ็นเซอร์ IoT ที่สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวล่วงหน้าไม่กี่วินาทีก่อนเกิดเหตุจริง ซึ่งเพียงไม่กี่วินาทีนี้อาจเพียงพอให้รถไฟฟ้าความเร็วสูงหยุดเดินรถ หรือให้ผู้คนมีเวลาอพยพออกจากอาคาร

ระบบแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ

เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวได้แล้ว ข้อมูลนี้จะถูกส่งผ่านระบบ IoT ไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สัญญาณเตือนจะถูกกระจายไปยังพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น การแจ้งเตือนบนมือถือ การสั่งปิดแก๊สและไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือการแจ้งให้โรงเรียนและสำนักงานอพยพนอกจากนี้ IoT ยังสามารถทำงานร่วมกับ AI (Artificial Intelligence) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ AI จะช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลจากเซ็นเซอร์และให้คำแนะนำในการรับมือที่เหมาะสม

หลังแผ่นดินไหว IoT ช่วยเหลืออย่างไร?

นอกจากการตรวจจับและเตือนภัย IoT ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือหลังเหตุแผ่นดินไหว เช่น
โดรนอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับระบบ IoT สามารถบินสำรวจพื้นที่เสียหาย ส่งภาพและข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังศูนย์ช่วยเหลือ
ระบบติดตามผู้รอดชีวิตที่ใช้สัญญาณจากอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ เพื่อตรวจสอบตำแหน่งและสภาพร่างกายของผู้ประสบภัย
โครงสร้างอาคารอัจฉริยะที่ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดความเสียหายของอาคาร หากพบว่าโครงสร้างอาคารอ่อนแอหลังแผ่นดินไหว ระบบจะแจ้งเตือนให้อพยพออกจากอาคาร

ข้อดีของการนำ IoT มาใช้รับมือแผ่นดินไหว

1การแจ้งเตือนล่วงหน้า:ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
2ข้อมูลเรียลไทม์:ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
3เพิ่มประสิทธิภาพในการกู้ภัย:ลดเวลาการค้นหาผู้รอดชีวิต
4ลดความเสี่ยงในอนาคต:ระบบ IoT สามารถเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงมาตรการรับมือในอนาคต

บทสรุป

ในยุคที่แผ่นดินไหวไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในการรับมือและลดผลกระทบจากแผ่นดินไหวจึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตผู้คนและสร้างชุมชนที่ปลอดภัยขึ้นได้ การผสมผสานระหว่าง IoT, AI และระบบอัตโนมัติอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับคนรุ่นต่อไป

Trending IT Solutions Blog